การขายสินค้าเป็นเรื่องปกติและสามารถพบเห็นได้เกือบทุกที่ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าได้รับทราบรายละเอียดของสินค้าอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (OCPB) จึงกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าสินค้าต้องระบุรายละเอียดสินค้าบนฉลากและติดฉลากไว้กับสินค้า
OCPB กำหนดให้ติดฉลากกับสินค้าที่ผลิตภายใต้กฎหมายโรงงานหรือสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ (โดยมีข้อยกเว้นบางประการ) ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องติดฉลากกับสินค้าประเภทอื่น เช่น อาหารและพืชที่ปลูกเองที่บ้าน (เช่น สินค้าในตลาดสด) อย่างไรก็ตาม ควรระลึกไว้เสมอว่า หากอาหารและพืชที่ปลูกเองที่บ้านดังกล่าวถูกนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ขายจะต้องติดฉลากกับสินค้าก่อนขายให้กับลูกค้า
OCPB กำหนดให้ติดฉลากกับสินค้าก่อนขายให้กับลูกค้า
ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ฉลากต้องมีข้อมูลขั้นต่ำเป็นภาษาไทยดังนี้:
- ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต/ผู้นำเข้า;
- ประเทศที่ผลิต (ในกรณีสินค้านำเข้า);
- ประเภทหรือชื่อสินค้า (เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ พัดลมไฟฟ้า หรือแก้วสแตนเลส);
- จำนวนหรือน้ำหนักของสินค้าในบรรจุภัณฑ์;
- วิธีใช้;
- คำแนะนำหรือคำเตือน;
- วันที่ผลิต; และ
- ราคาเป็นเงินบาทไทย
ฉลากสินค้าสามารถติดกับสินค้าได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้า โดยปกติจะเป็นสติกเกอร์ แต่ในกรณีที่สินค้ามีขนาดเล็ก ผู้ขายสามารถบรรจุสินค้าลงในบรรจุภัณฑ์และติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์นั้นได้ ในกรณีที่สินค้าเป็นแบบเติม ซึ่งลูกค้าต้องนำภาชนะมาเองเพื่อรับสินค้า สามารถติดฉลากไว้ในที่ที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ง่ายก่อนซื้อ
การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของฉลากอาจมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และ/หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท