การฟ้องคดีแทนบริษัท (Derivative Claim) ตามกฎหมายไทย
การฟ้องคดีแทนบริษัท (Derivative Claim) เป็นกลไกทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทสามารถยื่นฟ้องกรรมการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทได้ โดยแตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไปที่ค่าชดเชยหรือผลแห่งคำพิพากษาจะตกเป็นของโจทก์ ในคดีประเภท Derivative Claim ค่าชดเชยหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากคดีจะตกเป็นของบริษัท
เช่นเดียวกับแนวคิดของ Derivative Claim ในกฎหมายสหรัฐอเมริกา ค่าชดเชยที่ได้รับจากการดำเนินคดีตามกฎหมายไทยจะตกเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นที่เป็นโจทก์ โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีประเภทนี้ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ดังต่อไปนี้
1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย (“CCC”) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้บังคับกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ได้กำหนดสิทธิในการฟ้องคดีแทนบริษัทไว้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าบริษัทปฏิเสธที่จะดำเนินการเรียกร้องดังกล่าวตามที่ผู้ถือหุ้นร้องขอ
ตามบทบัญญัตินี้ ผู้ถือหุ้นรายใดก็สามารถยื่นฟ้องกรรมการได้ โดยไม่มีเงื่อนไขว่าผู้ถือหุ้นต้องถือหุ้นจำนวนขั้นต่ำเท่าใดจึงจะมีสิทธิดำเนินคดี นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นจะต้องร้องขอให้บริษัทดำเนินการฟ้องร้องกรรมการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทก่อน และเมื่อบริษัทปฏิเสธที่จะดำเนินการดังกล่าว ผู้ถือหุ้นจึงจะสามารถยื่นฟ้องแทนบริษัทได้
ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “บริษัทปฏิเสธที่จะฟ้องร้อง” ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น จึงอาจถือเป็นเหตุอันสมควรที่ผู้ถือหุ้นจะยื่นฟ้องกรรมการได้ หากผ่านไปหลายสัปดาห์หลังจากที่ผู้ถือหุ้นได้ยื่นคำร้องต่อบริษัทแล้ว แต่บริษัทก็ยังไม่ดำเนินการฟ้องร้องกรรมการดังกล่าว
นอกจากนี้ มาตรา 1169 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นเรียกร้องได้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น โจทก์ไม่สามารถขอให้เพิกถอนการกระทำใด ๆ ที่กรรมการได้ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงมติที่คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติไปแล้วด้วย (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4605/2561)
2. พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
มาตรา 85 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (“PLCA”) ได้กำหนดสิทธิในการฟ้องคดีแทนบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นเช่นเดียวกัน โดยผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องร้องกรรมการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทได้ โดยมาตรา 85 บัญญัติไว้ดังนี้
มาตรา 85 ในการดำเนินกิจการของบริษัท กรรมการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความสุจริตและระมัดระวังเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
ในกรณีที่กรรมการกระทำการหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติวรรคหนึ่ง บริษัทหรือผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี อาจดำเนินการดังต่อไปนี้
- หากการกระทำหรือละเว้นดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการผู้นั้น
ในกรณีที่บริษัทไม่ดำเนินการเรียกร้องดังกล่าว ผู้ถือหุ้นหนึ่งรายหรือหลายรายซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัท อาจมีหนังสือแจ้งให้บริษัทดำเนินการเรียกร้องได้ หากบริษัทไม่ดำเนินการตามคำร้องดังกล่าว ผู้ถือหุ้นเหล่านั้นมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในนามของบริษัท
- หากการกระทำหรือละเว้นดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ผู้ถือหุ้นหนึ่งรายหรือหลายรายซึ่งถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัท อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งระงับการกระทำนั้นได้
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเป็นผู้ดำเนินการตามวรรคสองหรือวรรคสาม ผู้ถือหุ้นอาจขอให้ศาลมีคำสั่งถอดถอนกรรมการผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้ด้วย
ผู้ถือหุ้นที่ดำเนินการตามวรรคสองและวรรคสาม จะต้องเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ในขณะที่กรรมการได้กระทำหรือละเว้นการกระทำอันก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท แล้วแต่กรณี
บทบัญญัติดังกล่าวมีรายละเอียดมากกว่ามาตรา 1169 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในหลายประเด็น ดังนี้
- ขณะที่มาตรา 1169 ครอบคลุมเฉพาะกรณีที่กรรมการ “ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท” มาตรา 85 แห่ง PLCA กำหนดเพิ่มเติมว่าความเสียหายนั้นต้องเกิดจากการที่กรรมการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของบริษัท ข้อบังคับบริษัท หรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- ผู้ถือหุ้นจะสามารถฟ้องคดีแทนบริษัทได้ก็ต่อเมื่อถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัท ต่างจากมาตรา 1169 แห่ง CCC ซึ่งผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเพียงหนึ่งหุ้นก็สามารถยื่นฟ้องได้
- นอกจากการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแล้ว ผู้ถือหุ้นของบริษัทมหาชนยังสามารถขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามหรือระงับการกระทำบางประการของกรรมการได้
- ผู้ถือหุ้นยังสามารถขอให้ศาลมีคำสั่งถอดถอนกรรมการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทออกจากคณะกรรมการบริษัทได้อีกด้วย
โดยสรุป กฎหมายไทยได้กำหนดสิทธิและกลไกทางกฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องคดีแทนบริษัทเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ขอคำสั่งระงับการกระทำ หรือขอให้ถอดถอนกรรมการ ช่วยส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพ เมื่อโครงสร้างทางธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น การมีกลไกทางกฎหมายที่ชัดเจนเช่นนี้ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองทรัพย์สินของบริษัทและรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น